“ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ทำให้ผู้จัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 53 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2557 หวั่นว่าจะมีคนมาร่วมงานน้อย แต่ผิดคาดผู้เข้าร่วมงานลดลงไม่ถึง 10 % โดยได้รับการชื่นชมจากชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน และยังคงความเป็นงานแฟร์ที่ติด 1 ใน 5 ของโลก”
นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในนามของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันขอแสดงความยินดีกับสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ในโอกาสที่งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 53ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี
กรมฯ ได้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นมูลค่าสูง โดยในปี 2556 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ(ไม่รวมทองคำไม่ขึ้นรูป) มีมูลค่าการส่งออกรวม 6,813 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 218,000 ล้านบาท) โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 4.65กรมฯ จึงได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งรวมถึงการจัดงานBangkok Gems and Jewelry Fairเพื่อให้เป็นเวทีการค้าที่สำคัญทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก
นางดวงกมล ยังกล่าวอีกว่าการจัดงานครั้งนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนการจัดงานดังนี้
1. การประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ซื้อและแขกพิเศษจากต่างประเทศทั่วโลก ให้มาเยี่ยมชมงาน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความมั่นใจจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น โดยผ่านสื่อออนไลน์E-Direct Mail และเน้นให้สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ซึ่งมีอยู่ 62 แห่งทั่วโลกต่างๆ เผยแพร่ข่าวสารไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการแถลงข่าวการจัดงานในประเทศผ่านสื่อทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนและสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าชมงานดังกล่าว
2. การทำ Business Matching โดยเน้นให้สคร.ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ซื้อ (Buyer) จากทั่วโลก เพื่อมาเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยภายในงาน และพาผู้ซื้อรายใหญ่ที่สำคัญเข้ามาเยี่ยมชมงานพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกต่างๆ
3. ในระดับกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ให้ความสำคัญกับงานเป็นอย่างมาก โดยท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานครั้งที่ 53 นี้โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าร่วมในพิธีเปิดงานฯ อีกด้วย
4. การยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Duty Free) กรมฯ ได้ประสานงานกรมศุลกากร โดยออกหนังสือรับรองการจัดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ให้แก่สมาคมผู้ค้าฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ซื้อภายในงาน ได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีอากรดังกล่าว
แม้ว่าการจัดงานBangkok Gems and Jewelry Fairครั้งที่ 53 นี้ จะประสบกับปัญหาอุปสรรคหลายประการ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง แต่ด้วยความพยายามและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้ผลการจัดงานประสบความสำเร็จดีกว่าที่คาดหวังไว้ โดยมีจำนวนผู้เข้าชมงานมากกว่า 20,000ราย (20,219 ราย) ซึ่งแม้จะน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าชมงานในครั้งที่ 51 (กุมภาพันธ์ 2556) แต่ก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมีมูลค่าการซื้อขายจากการประเมินเบื้องต้น เป็นมูลค่าประมาณ 1,522 ล้านบาท
สำหรับการจัดงานBangkok Gems and Jewelry Fairครั้งต่อไป กรมฯ มีแนวทางพัฒนาการจัดงานร่วมกับภาคเอกชนให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการประเมินผล ซึ่งเป็นข้อมูลจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากผู้เข้าร่วมงาน ผู้เข้าชมงาน ผู้ซื้อ และสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับใช้ในการพัฒนางาน ทั้งนี้กรมฯ ยินดีให้ความร่วมมือสมาคมผู้ค้าฯ อย่างเต็มที่ ในการร่วมกันพัฒนาการจัดงานครั้งที่ 54 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2557 ให้ได้ผลดียิ่งขึ้นต่อไป นางดวงกมล กล่าวเสริม
ด้านนายสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาพันธ์อัญมณีและโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจต่อผู้ซื้อชาวต่างชาติ และคู่ค้าทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก ที่ให้เกียรติเข้ามาร่วมงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 53ถึงแม้ว่าจะได้รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลกก็ตาม เราได้พิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่างานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ยังเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ชาวต่างชาติยังให้ความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งด้วยฝีมือช่างที่ประณีตมีรูปแบบให้เลือกที่หลากหลาย และที่สำคัญพลอยไทยถึอว่าเป็นเอกลักษณ์ มีสีสันที่สวยงามไม่มีชาติใดเผาพลอยสู้เราได้จึงทำให้งานบางกอกเจมส์ฯ เป็นงานที่ดึงดูดผู้ซื้อและผู้เข้าเยี่ยมชมงานจำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลก และที่สำคัญเราได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในการประสานไปยังหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อทำการประชาสัมพันธ์การจัดงาน ทางคณะผู้จัดงานก็ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในเรื่องสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นอากรนำเข้าร้อยละ 20 สำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่นำมาจัดแสดงและขายภายในงานในช่วง 15 วัน ก่อนและหลังการจัดงาน , การยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(vat7%)สำหรับวัตถุดิบอัญมณีทุกประเภทที่นำมาผลิตสินค้าสำเร็จรูป เพื่อส่งออก เช่น เพชร หรือพลอยก้อนที่ยังไม่เจียระไนรวมถึงโลหะที่มีค่าอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อและจำหน่ายวัตถุดิบไหลมายังประเทศไทยมากขึ้นนอกจากนี้ผู้ซื้อและผู้ขายยังได้มีโอกาสได้พบปะและเจรจาการค้า (Business Matching) ช่วยลดขั้นตอนการซื้อขายภายในงาน ส่งผลให้การจัดงานบางกอกเจมส์แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ประสบความสำเร็จ โดยในการจัดงานบางกอกเจมส์ฯ จะมียอดการซื้อขายภายในงานคิดเป็นร้อยละ 40 ของยอดซื้อขายทั้งประเทศต่อปี
ทางคณะผู้จัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจากทุกฝ่าย และทุกๆ ท่านที่ร่วมผลักดัน ให้งานบางกอกเจมส์ฯ ได้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางของการผลิต และ การค้าในอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์การจัดงาน ด้วยดีเสมอมา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น